เลือกแหวนคู่ให้ถูกใจ เสริมดวงถูกโฉลกทั้งคุณและคนรัก

ซื้อแหวนคู่ทั้งทีนอกจากต้องสวย คุณภาพได้มาตรฐานแล้ว ควรเลือกแหวนที่เสริมดวงให้เราด้วย เรียกได้ว่าได้ทั้งแหวนที่ดีแถมถูกโฉลกทั้งเราและคนรัก

แต่จะเลือกอย่างไรให้มันเหมาะกับเราแหละ วันนี้เรานำข้อมูลมาให้ถึงที่ไม่ต้องไปเปิดตำราให้เสียเวลา แค่อ่านที่นี่จบทุกเรื่องแบบเข้าใจง่าย มาดูกันว่าแบบไหนถึงเหมาะกับเรา

 

ใส่แหวนคู่ประเภทไหนที่เสริมดวงการเงิน, เสน่ห์ และความรัก

หากอยากให้เสริมดวงเรื่องการเงิน ควรใส่แหวนทอง, แหวนเงิน และแหวนที่มีอัญมณีหรือเพชรประดับอยู่ เพื่อเป็นการให้เงินทองไหลมาเทมาแบบไม่ขาดสายเลยทีเดียว

หากต้องการเสริมความมีเสน่ห์ไปที่ไหนก็มีแต่คนชอบคนรัก ควรใส่แหวนที่ประดับไปลูกปัดและหิน หรือรูปสัตว์ต่างๆ ให้เป็นที่ดึงดูดสำหรับคนที่พบเจอเรา

มาต่อกันที่เสริมดวงความรัก ควรใส่แหวนเพชรหรือแหวนที่ประดับด้วยหินเทอร์ควอยส์ เพื่อเสริมพลังให้ความรักของเรามากยิ่งขึ้น

 

นอกจากประเภทของแหวนคู่ที่จะช่วยเสริมดวงของเราแล้ว การใส่แหวนบนนิ้วก็สำคัญเช่นกันหากเราได้ใส่บนนิ้วที่ใช่จะช่วยเสริมดวงให้มากยิ่งขึ้นได้อีก ลองมาดูกันว่าใส่นิ้วไหนจะช่วยในเรื่องอะไรบ้าง

นิ้วชี้ข้างขวา – ช่วยเพิ่มเสน่ห์ และเป็นที่สนใจของคนรอบข้างได้

นิ้วนางข้างขวา – โชคดีในทุกเรื่อง ไร้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น และยังช่วยให้ความรักมั่นคงอีกด้วย

นิ้วนาง และ นิ้วก้อย – เพิ่มเสน่ห์ และเสริมดวงความรักของคุณให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาหา

นิ้วก้อยข้างซ้าย – โชคดีเรื่องของความรักทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่, พี่น้อง หรือคู่รักกัน

นิ้วกลางข้างขวา – ปลอดภัยจากสิ่งไม่ดีทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น และยังทำให้โชคดีในเรื่องการเงิน การค้าขาย

นิ้วก้อยข้างขวา – เสริมเสน่ห์ให้ตัวคุณ ให้ผู้ที่ได้พูดคุยเห็นแล้วเอ็นดูอีกด้วย

นิ้วหัวแม่มือข้างขวา และข้างซ้าย – สร้างเสน่ห์ให้กับผู้ที่พบเห็น

นิ้วกลางข้างขวา – เพิ่มบารมีทั้งด้านอำนาจ การเงิน และเป็นที่เคราพของคนรอบข้าง

 

จากที่รู้กันไปแล้วว่าใส่แหวนคู่แบบไหนถึงจะช่วยเสริมโชคด้านอะไร และควรใส่แหวนคู่นิ้วไหนเพื่อเพิ่มโชคเข้าไปได้อย่างขึ้น มาปิดท้ายที่ประจำวันเกิดของเราว่าเหมาะกับแหวนคู่แบบไหนบ้าง

 

สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์ เหมาะกับการใส่แหวนแบบเกลี้ยงๆ เรียบๆ อย่างเช่นแหวนทอง, แหวนเงิน และแหวนหยก

 

สำหรับคนที่เกิดวันจันทร์ เหมาะกับการใส่แหวนที่มีลักษณะที่เรียบๆ บางๆ

 

สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร เหมาะกับการใส่แหวนที่มีเครื่องประดับอย่างเพชร, ทอง หรือจะเป็นหินที่ดูโดดเด่น มองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

สำหรับคนที่เกิดวันพุธ เหมาะกับการใส่แหวนที่ไม่ใหญ่ และไม่หนาจนเกินไป ควรเลือกใส่ที่พอดีนิ้วของเรา เรียกง่ายๆว่า เรียบแต่ดูโดดเด่น

 

สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัส เหมาะกับการใส่แหวนที่มีขนาดใหญ่ หนา หรือเน้นเป็นแหวนที่มีหัวใหญ่ๆ อาจจะเป็นแหวนทอง หรือเพชรก็ได้

 

สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์ เหมาะกับการใส่แหวนแบบเรียบๆ โดยจะเน้นไปโทนสีน้ำเงินและฟ้า จะเป็นหินหรือเป็นเพชรก็ได้อย่างลงตัว แต่ไม่ควรใส่แหวนหลายวง

 

สำหรับคนที่เกิดวันเสาร์ เหมาะกับการใส่แหวนหนาๆ ใหญ่ๆ ที่ดูแล้วเสริมบารมีเราได้

 

สำหรับใครที่กำลังหาแหวนคู่ใส่อยู่หรือจะมอบให้กับคนที่เรารัก นอกจากจะดูที่ดีไซน์แล้ว อาจจะเลือกแหวนคู่ที่มีความหมายและเพิ่มโชคหรือถูกโฉลกเข้าไปด้วยก็ดีไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

ทาวน์โฮมย่านดอนเมือง ทำเลดีกับราคาที่จับต้องได้

ในยุคปัจจุบัน ความฝันว่าจะมีบ้านสักหลังในย่านใจกลางเมืองถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวมากขึ้นทุกที เพราะในปัจจุบันราคาที่ดินในกรุงเทพพุ่งสูง แม้กระทั่งคอนโดขนาดไม่กี่ตารางเมตรก็ยังสตาร์ทราคาแรงจนน่าตกใจ แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะอยากอยู่คอนโด หากคุณไม่ละความตั้งใจที่จะมีบ้านสักหลัง  ทาวน์โฮมอาจเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คุณได้ โดยเฉพาะทาวน์โฮมย่านดอนเมือง ที่ถึงแม้ไม่ใช่ใจกลางเมือง แต่ก็เป็นทำเลดี ที่ใครๆ ต่างก็จับตามอง เพราะถนนหลายสายได้รับการขยายและพัฒนา เรามาดูกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง ที่ทำให้คุณอยากมีทาวน์โฮมดอนเมืองเป็นของตัวเอง

 

จากบางซื่อสู่ดอนเมืองด้วยรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) บางซื่อ-รังสิต ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้าง มีกำหนดการแล้วเสร็จอยู่ที่ปี พ.ศ. 2563 มีทั้งหมด 10 สถานี รถไฟฟ้าสายนี้เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเข้ามาอำนวยการเดินทางให้มีความสะดวกมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหารถติดถนนเส้นวิภาวดี สำหรับผู้ที่ตัดสินใจจะซื้อทาวน์โฮมย่านดอนเมืองในเร็วๆ นี้ ก็น่าจะเบาใจมากขึ้นในเรื่องของการเดินทาง ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่ก็สามารถเดินทางไปทำงานทันเวลาได้ ด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงนี่เอง แถมสามารถเปลี่ยนไปต่อรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ได้ที่สถานีจตุจักร

 

ราคาจับต้องได้

ในขณะที่คอนโดไม่กี่ตารางเมตรหลายแห่งสตาร์ทราคาที่ล้านกว่าบาท ทาวน์โฮมดอนเมืองซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากลับเริ่มต้นในราคาเท่าๆ กัน ให้คุณได้มีพื้นที่ที่กว้างกว่า สบายกว่า ในราคาที่จับต้องได้จริง ในปัจจุบันความเคลื่อนไหวด้านการลงทุนของย่านดอนเมืองเป็นไปอย่างคึกคัก เหล่าบริษัทอสังหาฯ ตั้งแต่แบรนด์หน้าใหม่ จนไปถึงแบรนด์ใหญ่ที่เราคุ้นเคย เข้าจับจองที่ดินย่านดอนเมืองเพื่อเปิดโครงการใหม่ๆ มากมาย ให้ทางเลือกของคุณมีมากขึ้น ซึ่งราคาประมาณนี้มีทั้งทาวน์โฮม รวมไปถึงทาวน์เฮาส์ในย่านดอนเมืองด้วย

 

ทำเลทองแห่งใหม่ เล็งไว้ทำธุรกิจ

หากในอนาคตคุณมีทาวน์โฮมดอนเมืองหรือทาวน์เฮาส์ดอนเมืองเป็นของตัวเองอย่างใจฝัน เราเชื่อว่าบางท่านอาจเกิดความคิดจะขยับขยายทำธุรกิจในย่านดอนเมืองขึ้นมาบ้างเช่นกัน เมื่อมีรถไฟฟ้าก็เริ่มเดินทางง่าย ผู้คนเริ่มกระจายตัวออกนอกเมืองมากขึ้น ประกอบกับค่าที่ที่ไม่ได้สูงมากเท่าย่านธุรกิจ อย่างสุขุมวิทหรือสาทร จึงมีความเป็นไปได้สูงกว่า ไม่ว่าจะเปิดเป็นร้านอาหารหรือเปิดเป็นธุรกิจโฮสเทลก็น่าสนใจ เพราะไม่ไกลสนามบินดอนเมือง

 

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น อย่าคิดนานจนทุกอย่างสายไป เพราะเราการันตีเลยว่าหากรถไฟฟ้าสายสีแดงเสร็จเมื่อไหร่ ราคาทาวน์โฮมต่างๆ ย่านดอนเมือง มีสิทธิ์จะพุ่งสูงกว่าราคาในปัจจุบันแน่นอน หากสนใจ อย่านิ่งนอนใจ รีบศึกษา วางแผนกันเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะในอนาคตอาจจะหาราคาถูกขนาดนี้ไม่ได้แล้วก็เป็นได้

คอนโดติดรถไฟฟ้า สายไหนดีที่สุด

ผู้ที่ต้องการซื้อหรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียมทุกคนย่อมต้องมองหาคอนโดติดรถไฟฟ้าอยู่บ้างเสมอ เนื่องจากเป็นทำเลที่เหมาะสม เดินทางสะดวก ไปไหนมาไหนง่าย แถมยังช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่าย และเวลาได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนั้นการลงทุนกับคอนโดทำเลนี้มักให้ผลตอบแทนไปในเชิงบวกเสมอ คอนโดติดรถไฟฟ้าจึงได้รับความนิยมจากผู้ซื้อเพื่อพักอาศัยเอง รวมถึงนักลงทุนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามทำเลของคอนโดติดรถไฟฟ้าก็ยังแบ่งได้เป็นหลายบริเวณหลายสาย ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันดังต่อไปนี้

BTS สายสุขุมวิท

แน่นอนว่าแนวรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทหรือสายสีเขียวอ่อน เป็นแนวรถไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะสายนี้เป็นรถไฟฟ้าผ่านกลางเมืองกรุงเทพฯ สายแรก ตลอดแนวสุขุมวิทจึงเต็มไปด้วยสำนักงานเล็กใหญ่ ศูนย์การค้าชื่อดัง สถานที่สำคัญ รวมถึงร้านอาหารร้านนั่งชิวมากมาย คอนโดติดรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทจึงมักจะเป็นคอนโดมีระดับ มาตรฐานครบครัน มีที่ตั้งตามสถานีเด่นๆ อย่าง สถานีอโศก สถานีราชเทวี สถานีอารีย์ เป็นต้น

MRT สายเฉลิมรัชมงคล

รถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายเฉลิมรัชมงคล ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางแรกของกรุงเทพมหานครที่ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทำเลสำหรับสำนักงาน หรือจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าก็มีอยู่หลากหลาย โดยแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะมีสถานียอดนิยมอยู่หลายแห่ง เช่น สถานีห้วยขวางที่มีทั้งร้านอาหาร สำนักงาน คอนโดมากมาย สถานีพระราม 9 ที่มีศูนย์การค้าใหญ่อย่างเซ็นทรัลพระรามเก้า หรือแม้แต่สถานีอโศกที่เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ทั้งศูนย์รวมการเดินทาง โรงแรม สำนักงาน ห้างร้าน เป็นต้น

MRT สายสีม่วง

MRT น้องใหม่สายสีม่วง หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม เป็นสายรถไฟฟ้าที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2559 นี่เอง รถไฟฟ้าสายนี้เป็นสายที่เข้าถึงจังหวัดนนทบุรีมากที่สุด จึงทำให้การเดินทางไปกลับตัวเมืองกรุงเทพฯ และนนทบุรีเป็นเรื่องสะดวกง่ายดาย ช่วยให้ชีวิตคนเมืองนนท์ง่ายขึ้นอย่างมาก นอกจากนั้นตามแนวรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง ยังมีสถานที่น่าสนใจไม่แพ้พื้นที่กลางเมืองกรุงเทพฯ เลย เช่น ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต หรือเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ จึงทำให้มีคอนโดติดรถไฟฟ้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อมารองรับความต้องการของผู้ซื้อ รวมถึงนักลงทุน

ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท หรือ MRT สายเฉลิมรัชมงคล รวมถึงน้องใหม่สายสีม่วง ต่างก็เป็นแนวรถไฟฟ้ายอดนิยมที่มีคอนโดติดรถไฟฟ้าอยู่มากมาย คอนโดแต่ละแห่งต่างก็เป็นคอนโดได้มาตรฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง และที่สำคัญที่สุดคือให้ชีวิตการเดินทางที่สะดวกง่ายดาย เนื่องจากทำเลที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ นั่นเอง

เลือกห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ ได้แล้วอย่าลืมเลือกอาหารอร่อยๆ ด้วย

นอกจากเรื่องของงานประชุมสัมมนาสุดแสนจะเคร่งเครียดแล้ว การจัดประชุมในห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ ตามสถานที่ใหญ่ๆ ส่วนมากมักจะมีอาหารไว้คอยบริการแขกระหว่างวันเพื่อเป็นการพักเบรคสมอง และเติมพลังให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ควรจะเป็นอาหารที่รสชาติกลางๆ ทานง่าย ไม่รสชาติจัดจ้านมากนัก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาที่บางคนอาจจะรับประทานอาหารรสจัดไม่ได้ หรือการแพ้อาหารบางชนิด

ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ ก่อนการเริ่มวันสัมมนาหากผู้จัดเลือกสถานที่ห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ ได้แล้ว ทางผู้จัดงานอาจจะมีการทำแบบสำรวจในเรื่องของประเภทอาหารกับผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเตรียมอาหาร และของว่างก่อนที่งานวันจริงจะมาถึง โดยประเภทอาหารนั้นอาจจะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทง่ายๆ ดังนี้

ค็อกเทล

ทางผู้ให้บริการห้องสัมมนากรุงเทพ บางที่ก็รับจัดอาหารในแพคเกจเช่าห้องสัมมนาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้จัดงาน และหนึ่งในประเภทอาหารยอดฮิตก็คือ อาหารสไตล์ค็อกเทล ที่นอกจากจะจัดเตรียมง่ายแล้ว ผู้เข้าร่วมประชุมยังสามารถรับประทานได้อย่างสะดวกเพราะอาหารประเภทค็อกเทลนั้นจะเป็นการจัดแบ่งเป็นคำๆ ไว้อยู่แล้ว แค่หยิบใส่จานก็กินได้ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยากด้วย

เซ็ตขนม

หากงานสัมมนาครั้งนั้นๆ มีขนาดใหญ่มากแต่ไม่ได้ใหญ่ถึงขั้นที่ต้องเชิญแขกผู้ใหญ่มาร่วมงานด้วย การจัดขนมเป็นเซ็ตๆ แล้วแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้จัดงาน และสะดวกต่อการทานสำหรับผู้เข้าร่วมงานเองด้วย โดยอาจจะแบ่งเป็นขนม น้ำผลไม้กล่อง และผลไม้สดจัดใส่กล่อง แล้วทำการแจกจ่ายให้แขกตอนลงทะเบียนร่วมงาน

เมนคอร์สมื้อหลัก

หากทางผู้จัดเลือกเช่าห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ การจัดอาหารมื้อหลักแบบเสิร์ฟเป็นคอร์สนี้จะเหมาะสมมาก เพราะนอกจากจะเป็นการเสิร์ฟอาหารให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เพลิดเพลินไปกับความอร่อยของอาหารแล้ว การเสิร์ฟอาหารแบบเป็นคอร์สยังเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งหากคุณมีการเชิญแขกผู้ใหญ่มาร่วมในงานสำคัญครั้งนั้นๆ ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต้อนรับอย่างเต็มที่อย่างอบอุ่น และเหมาะสมกับกาลเทศะอีกด้วย

มื้อน้ำชา

ห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ บางแห่งนั้นมีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อรองรับการทำกิจกรรมต่างๆ นี่จึงเป็นการดีสำหรับการปาร์ตี้มื้อน้ำชายามบ่ายเพื่อสลัดคว่มง่วง เรียกพลัง ให้แขกในงาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสนิทสนมของแขกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยการบริการอาหารว่าง และน้ำชานี้เหมาะสำหรับการจัดประชุมสัมมนาระหว่างคนในองค์กรที่มีขนาดผู้เข้าร่วมประชุมไม่มากจนเกินไปนัก

เลือกขับซิตี้คาร์พร้อมสมรรถนะสมราคาด้วย MG3

หากจะหารถยนต์คู่ใจสักคันเพื่อเอาไว้ขับลัดเลาะในเมืองหลวง ขอแนะนำ “MG3ราคาประหยัดจากค่ายรถยนต์สัญชาติอังกฤษ ที่รูปทรงดูสมาร์ท เรียบเท่ แต่มาในขนาดกระทัดรัด พร้อมฟังก์ชั่นจัดเต็มอีกเพียบ และจุดไฮไลท์ที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ความเร็วที่ทำเวลาได้อย่างดีเยี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่MG3ยังสามารถประหยัดน้ำมันให้คุณหมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังพ่วงมาด้วยระบบรักษาความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ได้สนุกไปกับการโลดเล่นบนท้องถนนอย่างเต็มรูปแบบ อาจเรียกได้ว่าMG3นั้นจะมายกระดับซิตี้คาร์ให้คนรักรถคันเล็กนั้นต้องใจสั่น และอาจจะเป็นคำตอบที่ใช่ที่คุณกำลังมองหา…

MG3 ภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยวโดนใจสะกดทุกสายตา

MG3 นั้นเน้นภาพลักษณ์ที่ดูสนุกสนานเข้าถึงง่ายด้วยการจับคู่สีทูโทนเพื่อสร้างความท้าทาย โดยหลังคานั้นถูกเพิ่มลูกเล่นด้วยการตกแต่งสีอย่างสีขาว และสีดำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย MG3 มาในช่วงราคาน่าคบหาโดยอยู่ที่เรทไม่เกิน 6 แสนบาท การตกแต่งภายนอกตัวรถอื่นๆ เช่น สปอยเลอร์หลัง สเกิร์ตข้าง และล้อแม็กซ์ ได้ถูกสร้างสรรค์ความลงตัวไว้ด้วยลายสปอร์ตขนาด 16 นิ้วที่มาเฉพาะในรุ่น V เพื่อช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตคมเข้มมากยิ่งขึ้น MG3ยังโดดเด่นด้วยหลังคา Sunroof ที่มีในรุ่น X และ V ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอีกหนึ่งแห่งที่คุณจะไม่สามารถหาในรถแบรนด์อื่นๆ ได้ในเรทราคาเดียวกัน

MG3 มาพร้อมด้วยสมรรถนะยานยนต์ไร้ขีดจำกัด

ถึงแม้ตัวรถจะดูเล็กแบบสไตล์ซิตี้คาร์แต่ก็ต้องบอกว่า MG3 นี้จิ๋วแต่แจ๋วไม่เบา เพราะมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานแบบครบอัดแน่นจุใจ เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ พร้อมโหมดเลือกเปลี่ยนจังหวะเองที่คันเกียร์ มาพร้อมอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานกับโครงสร้างตัวถังนิรภัย และถุงลมนิรภัยคู่หน้า รวมถึงสัญญาณเตือนกะระยะถอยหลัง เพื่อให้คนที่ขับ MG3 สามารถถอยรถจอดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้ง MG3 ยังมีระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ และ ESC ความสามารถช่วยควบคุมการทรงตัวเวลารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ใช้รถหรือมือฉมังที่ขับขี่ได้อย่างเชี่ยวชาญ คุณภาพ และราคารถ MG3 นี้ก็พร้อมจะมอบประสบการณ์ความเร้าใจครั้งใหม่ให้คุณใช้ชีวิตการขับขี่ในเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย และเตรียมพร้อมออกตัวในทุกสถานการณ์